รูปวัวเป็นสัญลักษณ์ของเดือนพฤษภาคม เพราะกลุ่มดาววัวเกี่ยวข้องกับเดือนพฤษภาคม ซึ่งแปลว่า "วัวมาแล้ว" หรือ "การมาของวัว"
ในอดีตเมื่อกว่า 2,000ปีมาแล้ว ขณะดวงอาทิตย์อยู่ในกลุ่มดาววัวจะเป็นเดือนพฤษภาคม ปัจจุบันดวงอาทิตย์อยู่ในเขต
กลุ่มดาววัวระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม ถึง 21 มิถุนายน กลุ่มดาววัวจึงเป็นกลุ่มดาวจักราศีที่ดวงอาทิตย์ใช้เวลาผ่าน
นานเป็นที่ 2 รองจากกลุ่มดาวหญิงพรหมจารี เป็นกลุ่มดาวจักราศีที่หาได้ไม่ยากเพราะมีกระจุกดาวลูกไก่ ซึ่งเรารู้จักกัน
ดีเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาววัว นอกจากนี้ยังมีดาวฤกษ์สีแดงสว่างสุกใสติดตามดาวลูกไก่ตลอดเวลา ดาวสีแดงดวงนี้อยู่
ตรงตาวัว จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ดาวตาวัว ชื่อเฉพาะเป็นภาษาอาหรับว่า อัลดิบะแรน (Aldebaran)
แปลว่าผู้ติดตาม ดาวตาวัวเป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาววัว ตรงกน้าวัวมีดาวเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม ไทยเรา
เรียกว่า ดาวธง มีดาวฤกษ์ทั้งหมดอย่างน้อย 9 ดวง เรียงเป็นรูปหน้าวัว เขาวัว และโหนกวัวดังนี้
กลุ่มดาววัว (Taurus)
ลักษณะปรากฏและแนวทางขึ้นตก
มีดาว 5 ดวงอยู่ตรงหน้าวัว 2 ดวงอยู่ที่ปลายเขา ดวงหนึ่งอยู่ที่โหนก (ดาวลูกไก่ ซึ่งมีหลายดวง แต่นับดวงสว่างดวงเดียว คือ เอตาวัว) และดวงหนึ่งอยู่ที่หน้าอกของวัว
ดาวลูกไก่อยู่ห่างดาวตาวัวประมาณ 2 กำมือ เวลาขึ้นลำตัวและโหนกขึ้นมาก่อน ตามด้วยหน้าวัวและเขาวัวในที่สุด เมื่อขึ้นไปสูงสุดจะอยู่ทางเหนือของจุดเหนือศีรษะเล็กน้อย
รูปวัวอยู่ในลักษณะหงายท้อง หลังหันไปทางทิศเหนือ ท้องหันไปทางทิศใต้ หันหัวไปทาง ทิศตะวันออก ขณะลับขอบฟ้าโหนกวัลับขอบฟ้าไปก่อน ตามด้วยหน้าวัวและเขาวัวตาม
ลำดับ รวมเวลาที่กลุ่มดาววัวอยู่บนท้องฟ้าทั้งกลุ่มประมาณ 10 ชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้านับเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของกลุ่มเช่น โหนกวัวหรือตาวัวจะอยู่บนท้องฟ้านานกว่า 12 ชั่วโมง
เวลาที่เห็น
ในเดือนพฤษภาคมจะมองไม่เห็น
นิทานกรีก
ในประเทศเฟนิเซียโบราณมีสาวงามชื่อยูโรปา ลูกสาวของอินาคัว ยูโรปาชอบฝูงสัตว์เลี้ยงของพ่อมาก เทพปริณายกซูสได้หลง
รักยูโรปา แต่รู้ว่าอินาคัสคงไม่ยอมแน่ จึงแปลงร่างเป็นวัวสีขาวราวหิมะไปปะปนในฝูงสัตว์ เมื่อยูโรปาเห็นวัวสีขาวที่ไม่ดุจึงเข้าไปลูบวัว
และขึ้นไปขึ่บนหลัง
วันต่อมาเมื่อยูโรปาขึ้นขี่วัวอีก ซูสคิดจะพาเธอไปเกาะครีต (Grete) จึงวิ่งไปอย่างเร็วแต่ไปไม่พ้นเพราะน้ำลึก ด้วยเหตุนี้
เองกลุ่มดาววัวบนท้องฟ้า จึงเห็นเพียงหน้าวัวและโหนกวัวเท่านั้นเอง
สิ่งที่น่าสนใจ
ดาวที่เรียงกันเป็นรูปหน้าวัวแต่ไม่รวมดาวตาวัวเรียกว่า กระจุกดาวไฮแอดส์ (Hyades) เป็นกระจุกดาวเปิดดาวฤกษ์ที่
อยู่ในกระจุก กระจายออกห่างจากกัน ทั้งกระจุกอยู่ในแนวทางช้างเผือกเช่นเดียวกับกระจุกดาวลูกไก่ จึงมีชื่อเรียกโดยทั่วไปว่า
กระจุกดาวกาแล็กติก กระจุกดาวลูกไก่มีชื่อเรียกเป็นภาษาละตินว่า พลีอะดีส (Pleiades) ฝรั่งเรียกว่า ดาวเจ็ดพี่น้อง เป็น
กระจุกดาวเปิดที่สวยงาม ประกอบด้วยดาวฤกษืที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างน้อย 6 ดวง ผู้ที่มีตาดีอาจเห็นมากกว่านี้ ดาวที่สว่างที่สุดชื่อว่า อัลซิโอเน (Alcyone) หรือ
เอตา-วัวเป็นดาวดวงที่25 ในกลุ่มดาววัวของแฟลมสตีด ( Flamsteed=ระบบตั้งชื่อดาวฤกษ์โดยใช้ตัวเลขเป็นชื่อต้น) ถ้าใช้กล้องสองตาส่องจะเห็นสมาชิกอีก 3 ดวง อยู่
เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมถัดอัลซิโอเน ไปทางทิศตะวันตก ดวงอื่น ๆ ที่พอมองเห็นได้คือ
มายา ( Maia หรือ Maya) เป็นดวงที่20 ของแฟลมสตีด มีอันดับความสว่าง 4 สีน้ำเงิน-ขาว
อิเล็กตา (Electra) เป็นดวงที่ 17 ของแฟลมสตีด มีอันดับความสว่าง 3.8 สีน้ำเงิน-ขาว
เมโเป (Merope) เป็นดวงที่23 ของแฟลมสตีด มีอันดับความสว่าง 4.3 สีน้ำเงิน-ขาว
เทเกเต (Taygete) เป็นดวงที่ 19 ของแฟลมสตีด มีอันดับความสว่าง 4.4 มีสีน้ำเงิน-ขาว
เซลิโน (Celaeno) เป็นดวงที่ 16 ของแฟลมสตีด มีอันดับความสว่าง 5.4 สีน้ำเงิน-ขาว ได้ชื่อว่าเป็นดาวที่
หายไป เพราะมองเห็นยากด้วยตาเปล่า
สเตอโรเป 1 และ 2 (Sterope I, Sterope II)เป็นดวงที่21 และ 22 ตามลำดับของแฟลมสตีด มีอันดับ
ความสว่างตามลำดับเป็น 5.9 และ 6.5 เป็นระบบดาวคู่ สีน้ำเงิน-ขาว
แอตงาส (Atlas) เป็นดวงที่ 27 ของแฟลมสตีด มีอันดับความสว่าง 3.8 สีน้ำเงิน-ขวา
พลิโอเน (Pleione) เป็นดวงที่ 28 ของแฟลมสตีด เป็นดาวแปรแสงสีน้ำเงิน-ขาว มีอันดับความสว่าง 5.0
ถึง 5.5
ดาวเหล่านี้เรียงกันเป็นรูปคล้ายกระป๋องตักนม (Milk Dipper) ถ้าใช้กล้องสองตาส่องดูจะเห็นสมาชิก
ของกระจุกดาวลูกไก่เพิ่มขึ้น และถ้าดูในภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์จะมีนับร้อยดวง กระจุกดาวลูกไก่ประกอบด้วย
ดาวฤกษ์อายุยังน้อย มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 ปีแสง และอยู่ห่างจากโลก 350 ปีแสง
ถัดจากเซตา-วัว ดาวฤกษ์ดวงที่อยู่ปลายเขาวัวด้านใต้ไปทางเหนือเล็กน้อย มีซากที่เหลืออยู่จากซูเปอร์โนวา
เมื่อปี พ.ศ. 1597 ในยุคนั้นนักดาราศาสตร์จีนและญี่ปุ่นบันทึกไว้ว่าเห็นดาวผู้มาเยือนสว่างสุกใสเป็นเวลาหลายเดือน
ปัจจุบันมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่เมื่อใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องแล้วถ่ายภาพจะพบ เนบิวลารูปปู นอกจากนี้ยังตรวจสอบด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุพบว่า ใจกลางของเนบิวลา
รูปปูส่งพลังงานออกมาเป็นจังหวะคล้ายการเต้นของหัวใจ (Pulse) สิ่งที่อยู่ตรงใจกลางเนบิวลารูปปูจึงได้ชื่อว่า พัลซาร์ (Pulsar) นักดาราศาสตร์ศึกษาต่อมายืนยันว่า
พัลซาร์ในเนบิวลารูปปูคือดาวนิวตรอนดวงหนึ่ง ซึ่งเป็นแกนของซูเปอร์โนวา ที่ยุบตัวลง ส่วนชั้นนอกกระจายออกกลายเป็นเนบิวลารูปปู
![]() |
![]() |