นางยูโรปาเป็นลูกสาวท้าวอจีนอร์ (Agenor) เจ้ากรุงฟินีเซีย ซึ่งเป็นบุตรของเทพ โปเซดอน กับนาง ลิบเบีย นอกจากนางยูโรปา ท้าวอจีนอร์ยังมีบุตรอีก 3 มีนามตามลำดับว่า แคดมัส (Cadmus), ฟินิกซ์ (Phonix) และ ซิลิกซ์ (Cilix) วันหนึ่งนางยูโรปากำลังเที่ยวเก็บดอกไม้อยู่ในทุ่ง ร่าเริงอยู่กับบริวาร พลันสายตา นางก็แลสบโคเผือกผู้ตัวหนึ่งมีลักษณะพ่วงพีเจริญตา กอปรด้วยท่าทางละม่อมดุจเชิญชวนให้ลูบไล้ ครั้นโคกรายเข้าไป ใกล้ สาวเจ้าให้มีใจเบิกบานยินดี จึงแล่นรี่เข้าไปลูบโลมแต่โดยเบา และเอาช่อดอกไม้ทุ่งทอดทัดให้ ฝ่ายโคก็คู้เข่ายอบ ตัวลงเชื้อเชิญให้นางขึ้นนั่งหลัง พอนางขึ้นนั่งพลางร้องเรียกให้บริวารให้ขึ้นนั่งบ้าง โคนั้นก็เผ่นโผนโจนทะยานตัดท้อง ทุ่งมุ่งหน้าพานางออกสู่ชายทะเลโดยด่วน มิทันที่ใครจะทำตามเสียงนางเรียกนั้นได้ ครั้นถึงริมทะเลแทนที่จะยั้งอยู่หรือคืนหลัง โคกลับพลันโจนทะยานล่องละลิ่วไปบนพื้นน้ำอันคลาคล่ำไปด้วยปลา โลมาดำผุดดำว่าย เหล่าอัปสรนีเรียดก็ผุดขึ้นเรียงรายรับแน่นขนัด ท้องทะเลสงบสงัดปราศจากคลื่น ส่วนไทรทอน (Triton) พนักงานแตรก็เป่าสังข์เสียงครื้นครั่นดังสนั่น ตลอดจนเทพโปเซดอนเจ้าสมุทรก็พลันผุดเป็นมัคคุเทศก์ เข้าเคียงคลอชะลอเลื่อน ทั้งนี้เพราะโคนั้นหาใช่โคเถื่อนมาแต่ไหน ที่แท้ก็คือไท้เทพซูสนั่นเองจำแลงมา
![]()
ซูสพานางข้ามทะเลไปถึงเกาะครีตโดยสวัสดิภาพ แล้วสำแดงองค์ให้ปรากฏแก่นางตามจริงและได้สมสู่ด้วย จน นางให้กำเนิดบุตร 3 องค์ ทรงนามตามลำดับว่า ไมนอส (Minos), แรดดะแมนธัส (Rhadamanthus), ซาร์ปิดอน (Sarpedon) องค์แรกได้เป็นกษัตริย์ครองเกาะครีตและเมื่อสิ้นชึวิตแล้วก็ได้สถาปนาเป็นเทพสุภา ร่วมกับแรดดะแมนธัสในแดนบาดาล เป็นการตอบแทนคุณความดีกอปรด้วยยุติธรรมอย่างหาผู้เสมอเหมือนมิได้ใน ระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนซาร์ปิดอนภราดาองค์สุดท้ายเสียชีวิตในการศึกกรุงทรอย
![]() |
![]() |