กลุ่มดาวปู (Cancer)

              ...ป็นกลุ่มดาวจักรราศีที่เป็นสัญลักษณ์ของเดือนกรกฎาคม อยู่ถัดจากกลุ่มดาวคนคู่ไปทางทิศตะวันออก ดวงอาทิตย์ผ่านเขตกลุ่มดาวปูระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม ถึง 11 สิงหาคมคิดเป็นระยะทางเชิงมุมที่ดวงอาทิตย์ผ่าน 21 องศา



             กลุ่มดาวปูประกอบด้วยดาวฤกษ์ริบหรี่ 5 ดวง มองดูยาก ต้องอาศัยกลุ่มดาวข้างเคียงจึงจะหาพบ กลุ่มดาวปูอยู่ ระหว่างกลุ่มดาวคนคู่และกลุ่มดาวสิงห์
             ดวงที่ 3 และ 4 เป็นตาของปู ดวงที่ 1 และ 5 เป็นก้ามของปู ด้านซ้ายและขวาตามลำดับ ดาวดวงที่ 2 เป็นปลาย ขาปู ระยะจากดวงที่ 2 ถึง ดวงที่ 5 ยาวประมาณ 22 องศา

ลักษณะปรากฏและแนวทางขึ้นตก

             ขณะขึ้นกลุ่มดาวปูจะขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือ ประมาณ 20 องศา ในลักษณะที่เอาก้ามปูด้านขวา (ดวงที่5) และขาปู (ดวงที่ 2) ขึ้นก่อน ก้ามปูด้านซ้าย (ดวงที่ 1) ขึ้นทีหลัง เมื่อขึ้นไปสูงสุดจะอยู่ตรงศีรษะ ขาปูชี้ไปทางทิศ ตะวันตกเฉียงใต้ ก้ามปูด้านซ้ายชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และก้ามปูด้านขวาชี้ไปทางทิศเหนือ ขณะตกลับขอบฟ้า จะตก ณ ทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือ ประมาณ 20 องศา ปูเอาขาลงก่อน ปูจึงถอยหลัง ลง ในทำนองเดียวกันก็ถอยหลังขึ้น ขณะขึ้นทางทิศตะวันออกด้วย

เวลาที่เห็น


             กลุ่มดาวปูขึ้นเวลาหัวค่ำในต้นเดือนกุมภาพันธ์ จึงเป็นกลุ่มดาวที่เห็นได้นานในเดือนกุมภาพันธ์มากกว่าเดือนอื่น ๆ ครึ่งหลัง ของเดือนกรกฎาคมและครึ่งแรกของ เดือนสิงหาคม จะมองไม่เห็นกลุ่มดาวปู เพราะตกลับขอบฟ้าเกือบพร้อมกับดวงอาทิตย์ เวลาขึ้นตก ในแต่ละเดือน ตลอดทั้งเวลาที่ขึ้นไปอยู่สูงสุด และเวลาที่เห็นได้ในเดือนต่าง ๆ

นิทานกรีก


             ปูเป็นสมุนลับ ๆ ของฮีรา ผู้เป็นมเหสีของซูส และเป็นศัตรูของเฮอร์คิวลิส ฮีราได้สั่งให้ปูไปทำร้ายฌฮอร์คิวลิส ขณะที่เฮอร์คิวลิส กำลังต่อสู้กับงูไฮดรา แต่ก็ต้องพ่ายแพ้แก่เฮอร์คิวลิส ฮีราจึงนำไปไว้บนสวรรค์กลายเป็นกลุ่มดาวปู

สิ่งที่น่าสนใจ


             มีสิ่งที่น่าสนใจในกลุ่มดาวปู คือ กระจุกดาวรังผึ้ง (Praesepe) เอ็ม 44 หรือ เอ็นจีซี 2632 เป็นกระจุก ดาวที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าคนไทยเรียกดาวปุยฝ้าย (บุษยฤกษ์) เป็นกระจุกดาวเปิดที่ประกอบด้วยดาวฤกษ์เกือบ 100 ดวง กาลิเลโอเคยใช้กล้องโทรทรรศน์ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นใหม่ส่องดูและตื่นเต้นมากเพราะ เขาเห็นดาวไม่น้อยกว่า 36 ดวง กระจุกดาวรังผึ้งมีอันดับความสว่าง 3.7 มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 95 ลิปดา (ประมาณ 3 เท่าของดวงจันทร์)เป็นที่รู้จักกัน ดีของคนสมัยก่อน ซึ่งใช้กระจุกดาวรังผึ้งเป็นสิ่งช่วยพยากรณ์ลมฟ้าอากาศแบบโบราณ เช่น อะเรตัส เขียนไว้ว่าหาก เห็นดาวข้างเคียง (ดวงที่ 3,4) ชัดเจนแสดงว่าฝนจะตก