...เป็นกลุ่มดาวจักรราศี มีชื่อเป็นภาษาละตินคือ Scorpius ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Scorpion ซึ่งแปลว่า แมงป่อง (มี 8 ขา ถ้าเป็นแมลงมี 6 ขา) ดาวกลุ่มนี้ไม่มีชื่อไทยดั้งเดิมอย่างเช่นดาวเต่า ดาวไถ แต่เป็นกลุ่มดาวที่เรียงกันเป็นรูปแมงป่องชัดเจนมาก ตั้งแต่หัวผ่านลำตัวเรื่อยไปถึงหาง ถ้าจะนับดาวที่เรียงรายกันอยู่จะมีอย่างน้อย 15 ดวง ดังรูป สามดวงแรกเป็นหัว ถัดไปอีกสี่ดวงเป็นลำตัว และที่เหลือเป็นส่วนหาง บางคนดูรูปดาว 15 ดวงเรียงกันอาจนึกถึงเบ็ดตกปลาโดยมีดวงที่ 15 เป็นปลายเบ็ด
กลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius)
ดาวแต่ละดวงในกลุ่มมีความสว่างไม่เท่ากัน มีสีต่างกัน แต่ทุกดวงมีชื่อสกุลเหมือนกันคือสกุลแมงป่อง ตรงกับภาษาละตินว่า Scorpii อ่านว่า สกอร์ปิไอ ย่อว่า Sco ส่วนชื่อต้นต่างกันซึ่งโดยมากมักเป็นอักษรกรีก เมื่อใช้อักษรกรีกครบแล้วก็เป็นตัวเลข เช่น
-Scorpii (แลฟา-สกอร์ปิไอ) หรืออาจเรียกแบบไทยว่า แอลฟาในกลุ่มดาวแมงป่อง ย่อว่า แอลฟา-แมงป่อง
-Sco (เบตาสกอร์ปิไอ) หรือเบตา-แมงป่อง
-Sco เรียกเป็นไทยว่า หนึ่งแมงป่อง
-Sco เรียกเป็นไทยว่า สิบ-แมงป่อง
ชื่อเหล่านี้ฟังดูไม่เป็นไทยนักโดยเฉพาะชื่อต้นที่เป็นอักษรกรีก แต่เราก็ต้องเรียกชื่ออย่างนั้น เพราะเป็นระบบสากล สำหรับดวงที่สว่างมาก ๆ หรือมีคุณสมบัติพิเศษ
มักมีชื่อเฉพาะเรียกกันมาเป็นเวลายาวนาน เช่นดาวดวงที่ 5 ของกลุ่มดาวแมงป่อง นอกจากจะชื่อแอลฟา-แมงป่อง หรือแอลฟาสกอร์ปิไอ แล้วยังมีชื่อเฉพาะว่า แอนแทเรส
(Antares) ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า คู่แข่งดาวอังคาร เพราะมีสีแดงคล้าย ๆ กัน และแข่งขันเรื่องความสว่าง คนไทยนิยมเรียกดาวฤกษ์สีแดงดวงนี้ว่า ดาวปาริชาต
ความสว่างปรากฏของดาวแต่ละดวงไม่เท่ากันนักดาราศาสตร์ใช้ตัวเลขเป็นตัวกำหนดความสว่าง หรือ แมกนิจูด ดาวที่มีอันดับความสว่าง 1 จะสว่างมากกว่าดาวที่มี
อันดับความสว่าง 2 ตัวเลขที่บอกอันดับความสว่างไม่จำเป็นต้องเป็นเลขจำนวนเต็ม และอาจจะเป็นจำนวนลบก็ได้ เช่น ดาวปาริชาตมีอันดับความสว่าง 0.9 ดวงอาทิตย์ -26.73
เป็นต้น แสดงว่าถ้าอันดับความสว่างเป็นลบมาก ๆ หมายถึง ดาวดวงนั้นสว่างมาก
การที่ดาวปราฏกสว่างต่างกันเป็นเพราะดาวมีขนาดต่างกัน อยู่ห่างจากโลกไม่เท่ากัน และอุณหภูมิพื้นผิวไม่เท่ากัน มีดาวจำนวนมากที่เรามองเห็นเป็นจุดสว่างนั้น
แท้ที่จริงเป็นดาวแฝด กล่าวคือ เมื่อใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องดูจะพบว่าเป็นดาวสองดวง หรือบางที 3 ดวง เราเรียกว่า ระบบดาวแฝด
ลักษณะปรากฏและแนวทางขึ้นตก
ถ้าจะวัดความยาวของกลุ่มดาวแมงป่องตั้งแต่หัวถึงหาง จะยาวประมาณ 35 องศา รูปแมงป่องบนฟ้าจึงเป็นรูป
ใหญ่ เวลาขึ้นจะเห็นหัวขึ้นก่อนทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้ประมาณ 20 องศา กลางตัวขึ้นเฉียงไปทางใต้มากกว่านี้
ดาวดวงที่ 9 ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้พร้อมส่วนหางทั้งหมด ขณะนั้นดาวที่เรียงเป็นรูปแมงป่องจะอยู่ทางทิศ
ตะวันออกเฉียงใต้ เอาหัวขึ้นหางลงตั้งฉากกับขอบฟ้า เมื่อกลุ่มดาวแมงป่องเคลื่อนสูงขึ้นไปอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงไป
ทางใต้ 67.5 องศา (ทิศกึ่งกลางระหว่างทิศตะวันออกเฉียงใต้กับทิศใต้) หัวแมงป่องจะอยู่สูงเป็นมุมเงยประมาณ 50
องศา ในขณะที่ปลายร่างของหางอยู่สูงเป็นมุมเงยประมาณ 15 องศา เมื่อเวลาผ่านไปหัวแมงป่องจะขึ้นไปสูงสุดเหนือ
ทิศใต้ประมาณ 55 องศาก่อน ตามด้วยกลางลำตัว ซึ่งจะอยู่วูงสุดประมาณ 35 องศา ส่วนหางจะผ่านเมริเดียนหลังสุดโดย
อยู่สูงประมาณ 30 องศา รูปร่างของกลุ่มดาวแมงป่องขณะกลางตัวผ่านเมริเดียนจะเป็นดังนี้คือ หัวเอียงไปทางทิศ
ตะวันตกอยู่ที่มุมเงย 45 องศา หางเอียงไปทางทิศตะวันออกเล็กน้อยอยู่ที่มุมเงย 30 องสา เมื่อกลางลำตัวแมงป่องไปอยู่
ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แมงป่องจะขนานกับขอบฟ้าอยู่สูงเป็นมุมเงย 15 องศา เมื่อถึงเวลาลับขอบฟ้าหัวจะตกก่อนทาง
ทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้ประมาณ 20 องศา ส่วนหางจะตกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้หลังหัวประมาณ 1 ชั่วโมง ใน
ประเทศไทยจะเห็นกลุ่มดาวแมงป่องชัดเจน เพราะรูปแมงป่องปรากฏอยู่เหนือขอบฟ้านานอย่างน้อย 7 ชั่วโมงครึ่ง และ
เมื่ออยู่สูงสุดหัวแมงป่องจะอยู่เหนือทิศใต้เกือบ 55 องศา
แนวทางการขึ้นตกจะคงที่ตลอด เมื่อกลุ่มดาวแมงป่องขึ้นและปรากฏรูปครบทุกส่วนจะเห็นลำตัวตั้งฉากกับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยกลางลำตัวจะอยู่สูง
เป็นมุมเงย 15 องศา ในกรณีที่เห็นดาวปาริชาตเด่นอยู่ดวงเดียวก็อาจอาศัยดาวปาริชาตหาทิศได้เช่น เมื่อดาวปาริชาตอยู่สูงเป็นมุมเงย 45 องศา ดาวปาริชาตจะอยู่ทางทิศใต้
เป็นต้น
เมื่อดาวปาริชาตอยู่สูงเป็นมุมเงย 15 องศา และตัวแมงป่องขนานกับขอบฟ้ากลางตัวแมงป่องจะอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ดังนั้น
เมื่อรู้จักดาวแมงป่องและดาวปาริชาตดีแล้ว จึงใช้หาทิศได้
เวลาที่เห็น
เดือนที่มองไม่เห็นกลุ่มดาวแมงป่อง คือเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เพราะขึ้นและตกพร้อม ๆ กับดวงอาทิตย์ ส่วนเดือน
อื่น ๆ จะเห็นยาวนานไม่เท่ากัน
นิทานกรีก
แมงป่องตัวนี้เป็นแมงป่องยักษ์ที่ทวดจีอาสั่งให้ไปฆ่านายพรานโอไรออน เพราะโกรธที่โอไรออนพูดว่าเขาสามารถฆ่าสัตว์ป่า ซึ่ง
เปรียบเสมือนลูกหลานของนางได้หมดทั้งโลก
สิ่งที่น่าสนใจ
ในกลุ่มดาวแมงป่องมีวัตถุฝ้า ๆ ที่น่าสนใจ เช่น
เอ็ม 4 เป็นกระจุกดาวฤกษ์ที่อยู่ทางขวามือของดาวปาริชาตสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เอ็ม 6 เป็นกระจุกดาวฤกษ์ที่อยู่ทางซ้ายมือของปลายหางแมงป่อง
เอ็ม 7 เป็นกระจุกดาวฤกษ์ที่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อยู่ใกล้กับเอ็ม 6 โดยอยู่ต่ำกว่า
![]() |
![]() |